10/11/2568
ปลายเดือนกรกฎาคม 2025 เกิดการปะทะรุนแรงขึ้นตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ฝั่งไทยระบุว่ากองทัพกัมพูชาได้ “โจมตี” จุดยุทธศาสตร์หลายแห่ง ขณะที่กัมพูชาก็โต้กลับว่าเป็นการป้องกันอธิปไตยของตนเอง สถานการณ์ร้อนแรงจนประชาคมโลกต้องจับตา
ใครคือผู้สั่งให้หยุดยิง?
คำตอบคือ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้ที่ทั่วโลกต่างรายงานตรงกันว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังแรงกดดันให้สองประเทศยุติการสู้รบ (ขณะที่สื่อภายในประเทศไทยมีรายงานแตกต่างกันออกไป)
ทรัมป์ส่งสัญญาณชัดว่า
“หากไม่หยุดยิง สหรัฐฯ จะระงับข้อตกลงทางการค้าและสิทธิพิเศษทางภาษีทั้งหมด”
แรงกดดันนี้เพียงพอที่จะทำให้ทั้งไทยและกัมพูชาต้องยอมถอย เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ที่อาจสร้างความเสียหายมหาศาล
สุดท้าย เสียงปืนเงียบลง... ไม่ใช่เพราะกระสุนหมด แต่เพราะ คำสั่งจากอีกซีกโลก
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา ไม่ได้วัดกันที่กำลังพลหรืออาวุธ แต่กลับวัดกันที่ “เจตจำนงของฝ่ายการเมือง” มากกว่า
หลายครั้งที่ทหารไทยตรวจพบความเคลื่อนไหว หรือการรุกล้ำพื้นที่จากฝั่งกัมพูชา แต่กลับถูกสั่งให้ “ชะลอ” หรือ “หลีกเลี่ยงการปะทะ” เพื่อไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมือง จนทำให้ไทยต้องเสียเปรียบในทางพื้นที่และภาพลักษณ์ระหว่างประเทศ
เพราะในทางกฎหมาย ทหารไม่มีสิทธิ์เปิดฉากรบเองได้ ทุกการใช้กำลังต้องรอ “ไฟเขียว” จากรัฐบาล หากรัฐบาลอ่อนแอ ไม่กล้าตัดสินใจ ทหารก็ทำได้เพียงยืนดูแผ่นดินถูกเบียดรุกทีละน้อย
ตรงกันข้าม — เมื่อถึงยุคของรัฐบาลที่เข้มแข็งและมีจุดยืนชัด เช่น ยุคของแพทองธาร ชินวัตร การเมืองกลับกล้า “สั่งให้ใช้กำลังปกป้องอธิปไตย” ทหารจึงมีอำนาจตอบโต้ภายใต้กรอบกฎหมายและศักดิ์ศรีของชาติ
แผ่นดินจะอยู่ได้ไม่ใช่เพราะมีกองทัพที่เข้มแข็งเท่านั้น
แต่เพราะมีรัฐบาลที่กล้าสั่งให้กองทัพ “ทำหน้าที่” อย่างสมศักดิ์ศรี
| หน้าที่เข้าชม | 479,644 ครั้ง |
| ผู้ชมทั้งหมด | 284,812 ครั้ง |
| เปิดร้าน | 4 พ.ย. 2559 |
| ร้านค้าอัพเดท | 29 พ.ย. 2568 |